
I L o v e..
Bapicarat
พวกเรารักบาปิคาร่า ชวนรู้จัก คาปิบาร่า หนูยักษ์ผู้เป็นมิตรต่อทุกสรรพสิ่ง
-
บาปิคาร่า คืออะไร? หนูยักษ์ ลักษณะคล้ายหนูตะเภา หูสั้น ไร้หาง มีพังผืดที่เท้า ถือเป็นสัตว์ฟันแทะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
-
ลักษณะนิสัยเป็นมิตรกับคน และสัตว์ทุกชนิด มักอยู่เป็นฝูง ชอบแช่ และว่ายน้ำ
-
สามารถนำมาเป็นสัตว์เลี้ยงได้โดยที่ราคาคาปิบาลาจะอยู่ที่ประมาณตัวละ 40,000 - 50,000 บาท
scroll

Welcome to
BAPICARATTHAILAND

“บาปิคาร่า” หนูยักษ์หน้ามึน กับพฤติกรรมสุดแปลก เลี้ยงยากไหม?
ทำความรู้จัก “คาปิบารา” หรือ “หมามะพร้าว” ที่กำลังเป็นไวรัลในโลกโซเชียลขณะนี้ ด้วยหน้าตาสุดมึนอันเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้ใครตกหลุมรัก พร้อมตอบข้อสงสัยสามารถเลี้ยงได้หรือไม่ ?
-
“คาปิบารา” สัตว์ฟันแทะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก กลายเป็น “มีม” ในโลกโซเชียล ทำให้ทุกคนตกหลุมรัก
-
แม้จะเป็นสัตว์บก แต่ชอบอยู่ในน้ำ มาพร้อมวีรกรรมสุดเท่ บุกยึดหมู่บ้านหรูในกรุงบัวโนสไอเรส จนกลายเป็นสัญลักษณ์ การปฏิวัติและต่อต้านลัทธิทุนนิยมของอาร์เจนตินา
-
ชาวเน็ตไทยตั้งชื่อให้บาปิคาร่าว่า “หมามะพร้าว” ตามลักษณะขนสีน้ำตาลที่หยาบและแข็งเหมือนกาบมะพร้าวและตัวเท่าหมา ซึ่งหาเลี้ยงได้แต่ต้องมีทั้งกำลังทรัพย์ พื้นที่เลี้ยงดู และให้เวลาอย่างเต็มที่
ลักษณะเฉพาะตัวของคาปิบาร่า
มาดูลักษณะเฉพาะตัวของเจ้าคาปิบารากันบ้างดีกว่า! อย่างที่กล่าวไปข้างต้นค่ะ ว่าเจ้าบาปิคาร่าเป็นหนู แค่มีขนาดใหญ่ยักษ์มากกว่าสายพันธุ์อื่น ๆ คาปิบาราจึงมีลักษณะที่คล้ายกับหนูมาก ๆ แต่ก็มีสิ่งที่แตกต่างกันบ้างค่ะ เช่น ต่อมเหงื่อ โดยปกติแล้วสัตว์ฟันแทะชนิดอื่น ๆ ไม่มีต่อมเหงื่อ แต่เจ้าคาปิบาราเป็นสัตว์ฟันแทะชนิดเดียวที่มีต่อมเหงื่อค่ะ
นอกจากนี้เท้าของเจ้าคาปิบาร่ายังมีพังผืดอีกด้วย ทำให้มันว่ายน้ำเก่งมาก ๆ แถมขาหลังของเจ้าตัวนี้ยังยาวกว่าขาหน้า และนิ้วเท้าด้านหลังของพวกมันมีแค่ 3 นิ้วเท่านั้น ต่างจากขาหน้าที่มีนิ้วเท้า 4 นิ้ว แต่เพราะเหตุผลนี้จึงทำให้เจ้าคาปิบาราปีนป่ายได้ค่อนข้างเก่ง ถึงแม้พวกมันจะตัวใหญ่และน้ำหนักเยอะก็ตาม
มาถึงขนาดตัวกันบ้าง เจ้าคาปิบาราที่โตเต็มวัยจะมีส่วนสูงถึง 1.3 เมตร และมีน้ำหนักตัวมากถึง 79 กิโลกรัมเลยนะ และด้วยรูปร่างที่เล็ก ลำตัวสั้น แต่พวกมันมีน้ำหนักเยอะ จึงได้ชื่อว่าเป็นหนูที่ตัวใหญ่ที่สุดในโลกนั่นเองค่ะ
นิสัยและพฤติกรรมสุดทึ่งของบาปิคาร่า!
มารู้จักนิสัยของเจ้าบาปิคาร่ากันบ้างดีกว่า มาดูกันซิว่าเจ้าสัตว์หน้ามึนตัวนี้ จะนิสัยเป็นแบบไหนกันน้า ~
บาปิคาร่าเป็นมิตรกับสัตว์ทุกชนิดบนโลก!
ถึงแม้ว่าหน้าตาของเจ้าคาปิบาราจะมึน ๆ อึน ๆ ไปสักหน่อย แต่พวกมันเป็นสัตว์ที่เป็นมิตรมากเลยนะคะ พวกมันสามารถเข้าได้กับสัตว์ทุกชนิด แถมยังขี้อ้อนมาก ๆ อีกด้วย ใครได้เล่นกับน้องก็ต้องตกหลุมกันไปตาม ๆ กันแน่นอน เพราะพวกมันน่ารักมาก ๆ เลยล่ะค่ะ
คาปิบาร่าเป็นสัตว์สังคม
หลาย ๆ คนเห็นเจ้าคาปิบาราผ่าน ๆ คงคิดว่าเจ้าตัวนี้ต้องเป็นสัตว์ที่รักสันโดษแน่ ๆ เพราะน้อง ๆ ดูมีความเป็นตัวเองสูงมาก ๆ แต่จริง ๆ แล้วพวกมันเป้นสัตว์สังคม ต้องอยู่รวมตัวกันเป็นฝูงประมาณ 20 – 40 ตัวเลยทีเดียวนะ! ซึ่งการรวมตัวเป็นฝูงของพวกมันจะคล้าย ๆ กับหมู่บ้าน หมู่บ้านนึงเลยค่ะ โดยเจ้าคาปิบาราตัวผู้จะเป็นจ่าฝูง แต่คาปิบาราตัวผู้ที่มีอันดับรองลงมาจะอยู่วงนอก เพื่อคอยเตือนว่ามีอันตรายเข้ามาใกล้นั่นเองค่ะ
คาปิบาร่าชอบงีบหลับตอนกลางวัน
คาปิบาราก็ใช้ชีวิตไม่ต่างจากสัตว์ฟันแทะชนิดอื่น ๆ เลยค่ะ พวกมันจะใช้ชีวิตและออกมาหาอาหารกิน แค่ตอนเช้าและตอนเย็นเท่านั้น ส่วนในเวลากลางวันพวกมันจะงีบหลับ ซึ่งเจ้าคาปิบาราเนี่ยจะชอบงีบหลับบริเวณริมแม่น้ำ เพื่อที่จะได้หนีจากสัตว์นักล่าได้ง่าย ๆ นั่นเองค่ะ แต่บางครั้งพวกมันก็ลงไปนอนหลับในน้ำนะ แต่จมูกของพวกมันต้องอยู่เหนือน้ำ ไม่งั้นก็จะขาดอากาศหายใจได้!
คาปิบาร่าไม่กินเนื้อ!
โดยปกติแล้วฟันแทะไม่ใช่สัตว์กินเนื้ออยู่แล้ว เจ้าคาปิบาราก็เช่นกันค่ะ พวกมันจะกินแค่หญ้าพืช ผักและผลไม้เป็นหลักเท่านั้น และด้วยร่างกายของน้องที่ค่อนข้างใหญ่ก็ทำให้มันกินเยอะไม่ใช่เล่นเลยล่ะค่ะ ถ้าใครคิดจะเลี้ยงเจ้าตัวนี้ล่ะก็ ต้องเตรียมผักและผลไม้รอไว้เยอะ ๆ เลยนะ เพราะพวกมันกินหมดแน่ ๆ !
บาปิราค่ากินอึตัวเอง!?
มาถึงตรงนี้ทุกคนอาจจะตกใจ ว่าเจ้าคาปิบาราเนี่ยนะกินอึตัวเอง!? จะบอกว่าใช่พวกมันกินอึตัวเอง แต่แค่อึในช่วงเช้าเท่านั้นนะคะ ที่พวกมันต้องอึตัวเองก็เพราะว่าในอึมีสารอาหารและจุลินทรีย์อยู่มากมาย นอกจากนี้หญ้าที่พวกมันกินเข้าไปค่อนข้างจะย่อยยาก พวกมันจึงต้องกินอึตัวเองเพื่อให้หญ้าพวกนั้นย่อยให้ละเอียดกว่าเดิมนั่นเองค่ะ ถึงจะฟังดูขนลุกไปหน่อย แต่ถ้าใครคิดจะเลี้ยงเจ้าคาปิบาราก็ต้องรู้เรื่องนี้นะ!
สิ่งที่บาปิราค่าต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ!
อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว มีใครที่อยากรับเจ้าหมามะพร้าว เอ้ย! เจ้าคาบาราค่าไปเลี้ยงบ้างไหมน้า~ แต่ช้าก่อน! ก่อนที่จะตัดสินใจไปซื้อเจ้าคาปิค่าบาร่ามาเลี้ยง มาดูกันก่อนดีกว่า ว่าต้องดูแลเจ้าคาปิบาราเป็นพิเศษในเรื่องไหนบ้าง!
เลี้ยงตัวเดียวไม่ได้นะ!
อย่างที่บอกไปในตอนแรกค่ะว่า เจ้าคาปิบาราเป็นสัตว์สังคม พวกมันต้องอยู่ร่วมกันเป็นฝูง ดังนั้นถ้าใครที่คิดจะเลี้ยงเจ้าคาปิบาราล่ะก็ จะเลี้ยงน้องแค่ตัวเดียวไม่ได้น้า ต้องซื้อมาคู่กันสองตัวไปเลย เพื่อที่จะได้ไม่ปล่อยให้พวกมันรู้สึกเหงานั่นเอง~
เตรียมพื้นที่ให้พร้อม
เนื่องจากเจ้าบาคาปิบาร่าเป็นสัตว์ที่ค่อนข้างตัวใหญ่ ชอบเล่นน้ำ มุดโคลน แถมเรายังต้องเลี้ยง 2 ตัวขึ้นไป ถ้าใครที่คิดจะเลี้ยงล่ะก็… ต้องมีพื้นที่ให้เจ้าคาปิบาราวิ่งเล่นโดยเฉพาะเลยนะ โดยเฉพาะในส่วนของบ่อน้ำ ต้องเตรียมขุดบ่อไว้ให้น้องลงไปวิ่งเล่นเลยค่ะ แต่ถ้าใครอยู่ในคอนโดหรือบ้านที่มีพื้นที่จำกัดล่ะก็ บอกเลยว่าอดเลี้ยง!
ห้ามจับน้องขังกรงเด็ดขาด!
หลาย ๆ คนอาจจะงงว่าทำไมถึงห้ามจับน้องขังกรงกันล่ะ ให้คิดง่าย ๆ เลยค่ะว่าถ้าเราโดนขังกรงหรือถูกจำกัดให้อยู่ในพื้นที่แคบ ๆ ก็คงไม่มีใครชอบแน่นอน เจ้าคาปิบาราก็เช่นกันค่ะ น้องก็มีความรู้สึก อบากจะวิ่งเล่น ไม่อยากอยู่ในพื้นที่แคบ ๆ การที่เราไปจับน้องมาขังกรง จะทำให้น้องเกิดความเครียด และอาจจะตรอมใจตายได้ ดังนั้นห้ามจับน้องขังกรงเด็ดขาดเลยนะ!
ต้องอาบน้ำเจ้าคาปิบาราบ่อย ๆ
มาถึงตรงนี้หลาย ๆ คนอาจจะไม่เข้าใจว่าทำไมต้องจับเจ้าบาบีคาร่าอาบน้ำบ่อย ๆ กันล่ะ ทั้ง ๆ ที่เจ้าตัวนี้ก็ชอบลงเล่นน้ำ ตัวก็น่าจะสะอาดอยู่แล้วนี่นา… ซึ่งทุกคนจะเข้าใจอย่างนี้ก็ไม่ผิดค่ะ แต่เพราะว่าเจ้าคาปิบาร่ามีนิสัยที่ชอบกินอึของตัวเอง อาจจะทำให้ตัวน้องสกปรกและมีกลิ่นเหม็นได้ง่าย การอาบน้ำให้น้องบ่อย ๆ ก็จะทำให้น้องสะอาด มีกลิ่นหอม และบ้านของเราก็ไม่มีกลิ่นเหม็นด้วยค่ะ
เป็นอย่างไรกันบ้างคะ ได้รู้จักเจ้าคาปิบารากันเยอะขึ้นบ้างไหมน้า? หวังว่าทุกคนจะตกหลุมรักเจ้าคาปิบารากันมากขึ้นนะคะ ถ้าใครคิดจะเลี้ยงล่ะก็อย่าลืมถ่ายรุปมาอวดกันบ้างน้า ไว้เจอกันใหม่ในบทความหน้านะคะ บ๊ายบาย~
คำถามที่พบบ่อย
Q : เราสามารถเลี้ยงบาปิคาร่าได้ไหม?
A : เราสามารถเลี้ยงเจ้าคาปิบาราได้ค่ะ แต่ต้องซื้อมากกว่า 1 ตัว เพราะเจ้าตัวนี้เป็นสัตว์สังคม เป็นสัตว์อยู่ด้วยกันเป็นฝูง ถ้าปล่อยให้น้องอยู่ตัวเดียว ก็อาจจะทำให้น้องเกิดความเครียดได้ และหากจะเลี้ยงก็ต้องมีพื้นที่ให้เจ้าคาปิบาราวิ่งเล่นด้วย ไม่ควรจับขังกรง เพราะจะทำให้น้องเครียดได้นั่นเองค่ะ
Q : คาปิบารา ราคาตัวละเท่าไหร่?
A : โดยปกติแล้วราคาของคาปิบาร่าจะอยู่ที่ตัวละประมาณ 40,000 – 60,000 เท่านั้นค่ะ แต่การเลี้ยงบาปิคาร่าเราต้องเลี้ยงมากกว่า 1 ตัว เพราะมันเป็นสัตว์สังคม ดังนั้นถ้าใครคิดจะเลี้ยง ก็ต้องซื้อ 2 ตัว ทำให้ต้องบวกราคาเพิ่มไปคูณสองเลย ใครจะเลี้ยงต้องคิดดี ๆ แล้วนะ!
นอกจากนี้ คาปิบารายังมีพฤติกรรมแปลก ๆ ด้วยการตื่นมาก็ “กินอึ” ของตัวเองแต่เช้า เนื่องจากในอึของน้องมีโปรตีนที่อุดมด้วยจุลินทรีย์จำนวนมาก ดังนั้นการกินอึตัวเองจะทำให้ช่วยย่อยอาหารได้ถึง 2 รอบ เพราะอาหารของน้องย่อยยากและกินจุมาก ตัวเต็มวัยสามารถกินอาหารได้มากถึง 2-3.5 กิโลกรัมต่อวัน
ด้วยความสร้างสรรค์ของคนไทย คาปิบารายังมีอีกชื่อหนึ่งว่า “หมามะพร้าว” ตามลักษณะภายนอกที่เป็นสัตว์สี่เท้าคล้ายกับหมา และมีขนสีน้ำตาลดูหยาบกร้าน เหมือนกับกาบมะพร้าว แต่ความจริงแล้ว คาปิบาราเป็นญาติใกล้ชิดกับหนูตะเภา และเป็นญาติห่าง ๆ ของชินชิลล่าและหนูอกูติ มีด้วยกัน 2 สายพันธุ์ คือ พันธุ์เล็กและใหญ่ ซึ่งพันธุ์ใหญ่นั้นมีน้ำหนักมากถึง 176 ปอนด์
แม้ว่าหน้าตาของคาปิบาราจะดูเด๋อด๋า ไม่มีพิษมีภัย แต่พวกมันนั้นตื่นตัวและกระฉับกระเฉงอยู่ตลอดเวลา เจ้าหน้าตายพวกนี้ใช้ข้อได้เปรียบของสายตาที่กว้างไกลในการสอดส่องและระวังภัยให้แก่พวกพ้องเสมอ เพราะพวกมันเป็นอาหารอันโอชะของเหล่านักล่าทั่วทุกสารทิศ ทั้งเสือชีตาร์ จระเข้ งูเหลือม แร้งดำ โดยส่วนมากแล้วน้อง ๆ จะออกหากินในช่วงที่ไม่ใช่เวลาล่าเหยื่อของเหล่านักล่า
ถึงปัจจุบันผู้คนต่างจะเอ็นดูกับเหล่าพลพรรคหน้านิ่ง แต่ในอดีตคาปิบาราเคยถูกมนุษย์รุกรานด้วยเช่นกัน บางพื้นที่ในทวีปอเมริกาใต้บ้านเกิดของพวกมัน นำเนื้อคาปิบารามาปรุงเป็นอาหาร ถึงกับเป็นวัตถุดิบใน MasterChef ประเทศเอกวาดอร์ รายการแข่งขันทำอาหารชื่อดังอีกด้วย และทำให้เกิดดรามาตามมายาวเหยียด เพราะคาปิบาราเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองของเอกวาดอร์ ผิดกฎหมายเต็ม ๆ
ส่วนรสชาติของคาปิบารานั้นบ้างก็ว่ารสชาติเหมือนปลา บ้างก็บอกว่าเหมือนหมู ซึ่งมักจะนำเนื้อของพวกมันไปแปรรูปก่อนจะมาทำเป็นอาหาร
นอกจากนี้ คาปิบารายังถูกล่าเพราะต้องการนำที่อยู่อาศัยของพวกมันมาทำเป็นพื้นที่ทางการเกษตร หรือบางทีก็ล่าเพื่อความสนุกเฉย ๆ ก็มี ทำให้ในหลายพื้นที่เจอวิกฤติแก๊งฟันแทะบุกเมือง ด้วยความที่น้องเป็นสัตว์ปรับตัวง่าย ขอเพียงแค่มีหญ้าให้กิน มีแหล่งน้ำให้แช่ก็สามารถอยู่ได้แล้ว หลายครั้งจึงได้เห็นเจ้าหน้านิ่งเดินเตร็ดเตร่ไปมาในสวนสาธารณะ ทะเลสาบในเมือง ลามไปถึงในหมู่บ้านหรูที่มีทั้งสนามหญ้าและสระว่ายน้ำ ตอบโจทย์เป็นพื้นที่พักพิงอย่างมาก
กรณีนี้เกิดขึ้นแล้วที่กรุงบัวโนสไอเรส ในอาร์เจนตินา เหล่าคาปิบาราได้ยกพลบุกหมู่บ้านย่านคนรวย เนื่องจากหมู่บ้านนี้สร้างในที่อยู่อาศัยเดิมของคาปิบารา ทำให้พวกมันต้องหนีเข้าป่าไปอยู่ที่อื่น แต่ในระยะหลังที่ป่าแอมะซอนเกิดไฟป่าบ่อย ทำให้แก๊งหมามะพร้าวไม่มีที่ไป ต้องกลับมาอยู่ในเมือง
ถึงแม้เราจะเอ็นดู อยากวิ่งไปลูบหัวน้อง ๆ มากขนาดไหน แต่ถ้าวันดีคืนดีตื่นมาแล้วเจอ กองทัพหน้าตายมาแทะหญ้าในสวนสวย ลงแช่ในสระว่ายน้ำ แถมบางทีพร้อมบวกกับสัตว์เลี้ยงของเรา ในสถานการณ์แบบนั้นเราคงไม่อยากแค่ลูบหัวน้อง ๆ เป็นแน่
